>
สำนักงานสาธารณสุขอำเภอสองพี่น้อง จังหวัดสุพรรณบุรี ยินดีต้อนรับ

คำขวัญอำเภอสองพี่น้่อง

Share

คำขวัญอำเภอสองพี่น้อง จังหวัดสุพรรณบุรี

"ชื่อ มีคนน้อย อร่อยปลาหมำ เลิศล้ำพระสงฆ์ หลวงพ่อโหน่งพระเครื่อง รุ่งเรืองนาไร่ พระใหญ่โลกรู้ เสภาชั้นครู อู่น้ำอู่ปลา ราชินีนักร้อง สองพี่น้องบ้านเรา"

 

ตำนานอำเภอสองพี่น้อง

                นี่คือคำขวัญของอำเภอสองพี่น้อง อำเภอใต้สุดของจังหวัดสุพรรณบุรี เป็นอำเภอที่มักถูกนำไปทายปัญหากันว่า “  อำเภออะไรเอ่ยมีคนน้อยที่สุด “ อำเภอนี้มีของดีมากมายพิจารณาได้จากคำขวัญ  คงต้องเก็บไว้คุยกันวันหน้า วันนี้จะขอพูดถึงเรื่องเล่า กันต่อไป แต่จะขอเล่าเรื่องตำนานสองพี่น้อง นี่แหละครับท่าน

  ตำนานสองพี่น้องเล่ากันมาหลายตำนาน จะขอนำมาเสนอให้ท่านผู้อ่านพิจารณาว่า น่าจะเชื่อตำนานไหน

             ตำนานแรก เล่าว่ามีชายสองคนพี่น้อง เป็นลูกกำพร้า พ่อแม่ตายตั้งแต่ยังเยาว์ ทั้งสองคนมีความมานะบากบั่นสร้างตนจนมีฐานะร่ำรวย ทั้งสองสัญญากันว่าจะแต่งงานพร้อมกัน แล้วได้ส่งแม่สื่อออกไปสืบหาคู่ครองให้ ไปพบสาวสองพี่น้องเช่นกัน อยู่บ้านท่าตลาด ( ในเขตอำเภอบางปลาม้า ) ชายสองพี่น้องพอใจ ในที่สุดทั้งสองฝ่ายก็ตกลงจะแต่งงานกัน เมื่อถึงวันแต่งงานฝ่ายชายก็เชิญแขกลงเรือสำเภา พร้อมเครื่องขันหมาก และมโหรี เรือสำเภาแล่นฝ่าคลื่นออกไป มโหรีก็บรรเลงไป ในเรือมีการเลี้ยงอาหาร เหล้ายา กันจนผู้คนเมามาย เสียงสีซอดังไปทั่วคุ้งน้ำ บ้านที่เรือสำเภาผ่านตรงนั้นจึงได้ชื่อต่อมาว่า “ บางซอ “  มโหรีสีซอกันอย่างสนุกสนานยิ่งนัก หมู่บ้านนั้นจึงได้ชื่อว่า “ สีสนุก “ ยิ่งนานเข้าคนบนเรือยิ่งเมามาย วุ่นวาย วิ่งกันขวักไขว่ ห้ามไม่ฟัง ขณะนั้นท้องฟ้าก็มืดครึ้ม เกิดพายุฝนกระหน่ำ จนเรือสำเภาล่มทลายลง ผู้คนต่างจมน้ำบ้างก็ถูกจระเข้กัดตาย  บริเวณที่เรือสำเภาล่มเรียกกันว่า “ บ้านสำเภาทลาย “ ต่อมาเปลี่ยนชื่อเพื่อความเป็นมงคล และสอดคล้องกับใบสำเภาที่มีสีทองเป็น “ สำเภาทอง “ บางคนเล่าเสริมมาว่า เสากระโดงเรือมาเดาะก่อนที่บ้าน “ ไผ่เดาะ “ และศพคนตายมากมายลอยไปส่งกลิ่นเหม็นเหมือนปลาร้า หมู่บ้านนั้นจึงเรียกกันว่า”บางปลาร้า “ ส่วนร่างของชายสองพี่น้องถูกจระเข้คาบว่ายทวนขึ้นมา ทางบ้านท่าตลาด เจ้าสาวสองพี่น้องเห็นจึงวิ่งตามไปบนฝั่งจนหมดแรง จระเข้คาบชายทั้งสองสุดสายตาไป บริเวณนั้นจึงเรียกว่า “ วัดสุด “ นางทั้งสอง อ่อนใจอ่อนกายทรุดลง บริเวณนั้นจึงได้ชื่อว่า “ โคกนางอ่อน “ นางต่างเดินกันต่อไปด้วยความซึมเซา บริเวณนั้นก็ได้ชื่ออีกว่า “ โพนางเซา “ ในที่สุดนางทั้งสองก็ได้พบซากศพ ชายทั้งสองตรงบริเวณที่เรียกกันว่า “ วัดศพ “ ปัจจุบันเปลี่ยนเป็น “ วัดประสบสุข “  ส่วนเจ้าสาวพี่น้องจึงกลับบ้านมาด้วยความโศกเศร้าเพราะต้องกลายเป็นม่ายขันหมาก บ้านท่าตลาดที่นางทั้งสองอยู่อาศัย จึงได้ชื่อว่า “ บางแม่หม้าย “ สืบมา 

            เป็นอย่างไรบ้างครับตำนานแรกของสองพี่น้อง เกี่ยวพันกับตำนานอีกหลายหมู่บ้าน จนเข้าเขตบางปลาม้า ทีเดียว เป็นอันว่าบ้านของชายสองพี่น้อง เป็นที่มาของชื่ออำเภอสองพี่น้อง นั่นเอง

ตำนานที่สอง เล่าว่าในป่าแห่งหนึ่งต้นป่าคงอยู่แถวๆอู่ทอง มีช้างโขลงหนึ่งหากินอยู่ จ่าโขลงมีสองเชือกเป็นพี่น้องกัน ต่อมาแหล่งน้ำที่เคยใช้ดื่มกินอยู่ประจำคงจะเกิดแห้ง ช้างทั้งสองจึงต้องนำโขลงของมันเดินทางลัดเลาะลงมาหาน้ำกินถึงลำน้ำใหญ่ คงจะเป็นแม่น้ำท่าจีน เส้นทางที่ช้างทั้งสองนำโขลงช้างเดินไปมาอยู่ประจำ ได้ถูกน้ำกัดเซาะจนกลายสภาพมาเป็นคลอง มีลักษณะคดเคี้ยวมาก ไหลลงสู่แม่น้ำท่าจีนเรียกว่า “ คลองสองพี่น้อง “  ตามช้างพี่น้องสองเชือกดังกล่าว หมู่บ้านนั้นจึง ชื่อ “ สองพี่น้อง “ ไปด้วย

               บางคนก็เล่าว่า เพราะมีช้างสองเชือก ลงมาเล่นน้ำในลำคลองนั้นเสมอ และเข้าใจว่าช้างสองเชือกเป็นพี่น้องกัน จึงเรียกคลองนั้นว่า “ คลองสองพี่น้อง"

            ตำนานที่สาม เล่าว่าพี่น้องสองคนสร้างวัดแข่งกันอยู่คนละฝั่งคลอง วัดหนึ่งคือวัดท่าจัด ที่ตำบลบางพลับ อีกวัดคือวัดโคกเหล็ก ( ปัจจุบันเป็นวัดร้าง) คลองนั้นจึงเรียกว่า “ คลองสองพี่น้อง"

            น่าสนใจทุกตำนานทีเดียวนะครับ นี่แหละครับภูมิปัญญาชาวสุพรรณของเรา

 http://thaisuperhost.net/~spnrotary/bangli/index.php?m=news&a=news_detail2&id=352&title=news

สาธารณสุขอำเภอสองพี่น้อง

boos3

นายประพันธ์  ใยบุญมี

สาธารณสุขอำเภอสองพี่น้อง

รวมลิงค์

mail

wm

 PublicLogo

nhso

 oppp

sss

pbro

suphanburi 03

thcc   moph

travelsuphan

 

สถิติผู้เข้าชมเว็บไซต์

วันนี้1
เมื่อวาน6
สัปดาห์นี้7
เดือนนี้162
รวมทั้งสิ้น23102

Currently are 2 guests and no members online


Kubik-Rubik Joomla! Extensions